หลักฐานชั้นยอดจากกล้องติดรถยนต์

NjpUs24nCQKx5e1DGT7tgg1e1FEBulwcVl3Lt1a4tRGมีหลายครั้งที่อุบัติเหตุเกิดขึ้นมาแล้วต้องมานั่งเถียงกันว่าใครถูกหรือผิด ซึ่งบทสรุปคนผิดอาจผิดจริงรึเปล่าก็ยังไม่แน่ แต่กล้องติดรถยนต์ได้ผลิตขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการในส่วนนี้ โดยกล้องติดรถยนต์จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้บันทึกเหตุการณ์ขณะขับขี่หากเกิดอุบัติเหตุต่างๆ เวลาที่เกิดอุบัติเหตุกล้องเหล่านี้ก็จะเป็นหลักฐานชั้นยอด โดยในหลายรุ่นจะมีระบบจับการสะเทือนเมื่อเกิดการชน กล้องจะเก็บภาพในช่วงก่อนเกิดเหตุไว้เล็กน้อย และตั้งโปรแกรมป้องกันการบันทึกทับและลบไฟล์ในช่วงดังกล่าว เพื่อเก็บเป็นหลักฐานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือประกันภัยได้ นอกจากนี้ในกล้องหลายรุ่นยังสามารถบันทึกตำแหน่งของรถจาก GPS ได้ โดยจะแสดงผลตำแหน่งที่วิ่งผ่านบนแผนที่ออนไลน์เมื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ด้วย

การเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ให้ถูกใจผู้ใช้มากที่สุด ควรเลือกซื้อที่ราคาเพราะในปัจจุบันทำให้กล้องติดรถยนต์มีความหลากหลายในเรื่องของราคาจัดจำหน่ายตั้งแต่หลักร้อย สำหรับกล้องที่มีคุณสมบัติพื้นฐานครบครันไปจนถึงหลักพัน เช่น กล้องที่บันทึกภาพแบบ Full HD และกล้องที่มีฟังก์ชั่นเสริมพิเศษ กล้องติดรถยนต์เป็นกล้องที่ต้องนำไปติดตั้งบริเวณคอนโซลรถ ซึ่งมีขนาดพื้นที่แตกต่างกันไปในรถยนต์แต่ละรุ่น การเลือกซื้อโดยคำนึงถึงขนาดของกล้องที่จะนำมาติดทำให้เกิดความเหมาะสมกับพื้นที่ติดตั้ง กล้องไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป และไม่เกะกะบริเวณหน้ารถเพื่อความสวยงามโดยรวมของห้องโดยสาร

นอกจากฟังก์ชั่นการทำงานขั้นพื้นฐานของกล้องติดรถยนต์โดยทั่วไปแล้ว ยังมีกล้องบางรุ่นที่มีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติมเป็นออพชั่นเสริม อาทิเช่น มีระบบ GPS แนะนำเส้นทาง มีระบบ G-sensor บันทึกและเก็บแยกไฟล์เมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพื่อป้องกันการสูญหายของไฟล์ กล้องติดรถมีระดับความคมชัดของภาพทั้งแบบมาตรฐานและแบบ Full HD ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคมชัดในการบันทึกภาพในที่แสงน้อยได้ดีโดยเฉพาะเวลากลางคืน สำหรับผู้ใช้ที่ไม่เน้นฟังก์ชั่นพิเศษอาจคำนึงถึงความคงทนของกล้องเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจได้ กล้องที่เน้นความคงทนจะผลิตจากวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ ไม่เกิดความเสียหายหรือเสียหายน้อยมากเมื่อเกิดการกระแทกตกหล่น ทำให้กล้องไม่เสียหรือพังง่าย ประหยัดค่าใช้จ่ายและให้ความคุ้มค่าในระยะยาว

เทคนิคการถ่ายภาพท่องเที่ยวจากมือถือให้สวยงามอย่างมือโปร

ในปัจจุบันนี้กล้องมือถือ ถือว่าเข้ามาปฎิวัติวงการถ่ายภาพเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อก่อน การถ่ายภาพนั้นเป็นกิจกรรมเฉพาะทางสำหรับผู้ที่สนใจหรือมือโปรเท่านั้น เพราะนอกจากต้องมีกล้องเป็นของตัวเองแล้ว ยังต้องพกกล้องตัวนั้นไปไหนมาไหนอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่อยากพลาดวินาทีสำคัญ แต่พอกล้องมือถือได้รับการพัฒนาขึ้นมาจนถึงขั้นใช้งานได้ดีพอสมควร ทำให้เสมือนว่าเรากำลังพกกล้องไปทุกที่ทุกเวลา และไม่พลาดที่จะถ่ายภาพในทุกสถานการณ์เลยทีเดียว

วันนี้เราเลยมีทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะพัฒนาการถ่ายภาพจากมือถือของคุณให้ดีขึ้น จนบางทีเพื่อนคุณอาจจะไม่เชื่อก็ได้ว่าภาพเหล่านี้ถ่ายจากมือถือ
1. หันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์และปรับโหมดเป็น HDR
สมัยนี้กล้องมือถือจะพยายามใส่ฟังชั่น HDR (High Dynamic Range) เข้ามา ซึ่ง HDR นี้ก็คือการถ่ายโดยเก็บรายละเอียดในภาพทั้งส่วนมืดและสว่างให้มีรายละเอียดครบถ้วน ฉะนั้นหากถ่ายภาพในโหมดนี้แล้ว เราก็จะแก้ปัญหาหน้ามืดเมื่อหันกล้องเข้าหาดวงอาทิตย์ได้ระดับหนึ่งทีเดียว แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีที่สุด ให้รอช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะตก ช่วงนั้นแสงจะไม่รุนแรงมากนัก ทำให้เราสามารถเก็บภาพที่มีรายละเอียดแสงสีที่สวยงามได้ และยิ่งวันไหนที่ท้องฟ้าเป็นใจ เราก็จะได้ภาพท้องฟ้าสวย ๆ อย่างแน่นอน

2. ถ่ายช่วงเวลาทอง
หลาย ๆ คนพยายามจะถ่ายภาพช่วงกลางวันที่แดดจัด ๆ และเกิดความสงสัยมาตลอดว่า ทำไมภาพที่ถ่ายออกมาดูแข็ง ๆ แสงไม่สวยเลย ดูภาพไม่มีชีวิตชีวา
ให้ลองเปลี่ยนเวลาถ่ายรูปโดยไปถ่ายช่วงเวลาก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน หรือที่คนทั่ว ๆ ไปเรียกว่าตอนเย็นนั่นแหละ ถ้าเป็นในประเทศไทยก็คือราว ๆ 5 โมงเย็น ช่วงเวลานี้ ถ้าเป็นวันที่มีแดด แสงแดดจะนุ่มเนียนตามากกว่าเวลาอื่น ๆ และเมื่อเราถ่ายรูปออกมา ภาพจะออกโทนเหลือง ๆ แดง ๆ คอนทราสของภาพก็จะสวยงามลงตัว เราเรียกเวลาช่วงนี้ว่า เวลาทอง Golden moment

3. ถ่ายช่วงทไวไลท์
ทไวไลท์คืออะไร มันคือช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตก หรือก่อนพระอาทิตย์ขึ้นซักพักนึง ถ้าเป็นในประเทศไทย ก็อยู่ที่ราว 15-20 นาทีหลังจากพระอาทิตย์ตกนั่นเอง
ในช่วงเวลาดังกล่าว สมดุลระหว่างแสงบนท้องฟ้าและแสงไฟในเมืองจะพอดี ทำให้เป็นช่วงที่ถ่ายได้สีสันสวยงามมากที่สุดของวัน ซึ่งช่วงดีที่สุดของทไวไลท์นั้นก็ขึ้นอยู่กับความสว่างของเมืองนั้น ๆ ด้วย

ฉะนั้นถ้าอยากถ่ายไฟเมืองแบบสวย ๆ ลองรอหลังพระอาทิตย์ตกดู พอเมืองเริ่มเปิดไฟก็ลองถ่ายดูเลย รับรองว่าได้ภาพน่าประทับใจแน่นอน โดยเฉพาะมือถือรุ่นใหม่ ๆ ก็มักจะถ่ายในที่มืดได้ดีขึ้นมากด้วย

4. หาเนื้อหาเด่นของภาพ
บางทีเราเห็นวิวที่สวยงามและยิ่งใหญ่ก็อยากจะเก็บภาพไปเสียทั้งหมด แต่พอถ่ายภาพออกมากลับดูไม่เหมือนที่เห็นด้วยตาเปล่า ภาพดูว่าง ๆ โล่ง ๆ ไม่น่าสนใจเอาเสียเลย

ฉะนั้นแทนที่เราจะถ่ายแบบจะเก็บทุกอย่าง เราก็เปลี่ยนมาหาจุดเด่นในภาพดีกว่า นอกจากจะทำให้ภาพดูน่าสนใจแล้ว ยังสามารถบ่งบอกสถานที่ที่เราไปเยือนได้ดีกว่าอีกด้วย และถ้ากล้องมือถือมีปัญหาเรื่องการซูมเข้าไปหาเป้าหมาย เราก็ใช้วิธี CROP ภาพทีหลังก็ได้ เพราะกล้องเดี๋ยวนี้ความละเอียดค่อนข้างสูงมากทีเดียว เช่น GALAXY S6 ที่ 16 ล้าน หรือ IPHONE6 ที่ 8 ล้าน ถึงถ่ายมาแล้ว crop ก็ยังละเอียดพอจะลงโซเชียลเนทเวิร์คได้สบาย ๆ

5.มือต้องนิ่ง
ปัญหาหลักเลยที่ทำให้ภาพดูไม่น่าประทับใจคือ มือเราดันไม่นิ่ง ยิ่งบางคนไม่ถนัดกับการถ่ายด้วยมือถือเอาซะเลย เพราะมันเล็กเกินไป ฉะนั้น เราต้องมาฝึกถ่ายให้มือนิ่งกัน โดยเริ่มจากลองกลั้นหายใจตอนจะกดถ่ายดูก่อน เพราะส่วนใหญ่จะนิ่งขึ้นพอสมควร หรือหากเป็นช่วงเย็นที่แสงไม่พอ ลองหาพื้นหรือผนังที่แข็งแรง แล้วเอามือถือไปพิงแล้วค่อยถ่าย จะลดอาการสั่นได้ดีทีเดียว หรือหากถึงที่สุดจริง ๆ ให้ใช้ขาตั้งเล็ก ๆ และตั้งเวลาถ่ายเอา คราวนี้ยังไงก็นิ่งแน่นอน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับหลักการถ่ายภาพท่องเที่ยวด้วยมือถือแบบคร่าว ๆ หวังว่าคงจะพอเป็นพื้นฐานให้ทุกท่านได้นำไปทดลองฝึกกันได้บ้าง เพราะจริง ๆ หลักการพวกนี้ส่วนใหญ่ก็นำมาจากหลักการถ่ายภาพทั่วไปของกล้องใหญ่นั่นแล ฉะนั้น ฝึกกับมือถือในตอนนี้ ไม่แน่ว่าในอนาคต เราอาจจะได้นำไปใช้กับกล้องแบบมืออาชีพก็ได้นะ

แบรนด์ไทยขี่กระแส Selfie ต่อยอดสินค้า-แคมเปญตลาด

ยังฮิต…ปรากฏการณ์ของคนที่ชอบถ่ายภาพตัวเองแชร์ลงโซเชียลมีเดีย ทำให้ค่ายสมาร์ทโฟนอย่าง OPPO และไอโมบาย ต้องออกสมาร์ทโฟนรุ่น Selfie มาแล้ว ส่วนค่ายเครื่องดื่มของไทย งัดโปรโมชั่น ประกวดถ่ายภาพรับกับกระแส Selfie เอเยนซี่คาดกระแสปีนี้อาจตีกลับเน้นถ่ายภาพเพื่อสังคมแทน

ด้วยกระแสโซเชียลมีเดียที่มาแรงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายคนใช้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ในการแสดงตัวตนค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์รูปภาพ หรือข้อความผ่านเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ทำให้เกิดกระแสใหม่ขึ้นมาที่เรียกว่า “Selfie”

Selfie เป็นปรากฏการณ์ของเหล่าบรรดาวัยรุ่นหนุ่มสาวรวมไปถึงเซเลบริตี้ ถ่ายรูปตัวเองผ่านสมาร์ทโฟนแล้วแชร์ลงโซเชียลมีเดีย รวมไปถึงการถ่ายรูปตัวเองหน้ากระจกก็เรียกรวมกันว่าเป็น Selfie เช่นกัน ในขณะที่ถ้าถ่ายรูปเป็นกลุ่มจะเรียกว่า Group Selfies แต่ในวงการบันเทิงเกาหลีส่วนใหญ่จะเรียกว่า Selca ซึ่งย่อมาจากคำว่า Self Camera

กระแสความฮิตของ Selfie นั้น ถึงขั้นได้รับเลือกให้กลายเป็น Word of The Year ประจำปี 2013 โดย Oxford English Dictionary โดยในปี 2013 มีการใช้คำนี้เพิ่มขึ้นถึง 17,000%เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และในอินสตาแกรมก็มีภาพที่ติดแฮชแท็ก #selfie ถึง 62.8 ล้านภาพ

แม้คำว่าเซล์ฟฟี่จะเป็นที่ฮอตฮิตในปัจจุบัน แต่ทาง The Guardian หนังสือพิมพ์ชื่อดังจากเมืองผู้ดีอังกฤษได้เปิดเผยว่า Selfie มีมาตั้งแต่ปี 2002 แล้ว จากบทความออนไลน์ของหนุ่มชาวออสเตรเลีย ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปโดยกล้องหน้า และแชร์ลงโซเชียลมีเดีย ทำให้กระแส Selfie ดังเป็นพลุแตกขึ้นมา

Selfie เป็นปรากฏการณ์ของเหล่าบรรดาวัยรุ่นหนุ่มสาวรวมไปถึงเซเลบริตี้ ถ่ายรูปตัวเองผ่านสมาร์ทโฟนแล้วแชร์ลงโซเชียลมีเดีย รวมไปถึงการถ่ายรูปตัวเองหน้ากระจกก็เรียกรวมกันว่าเป็น Selfie เช่นกัน ในขณะที่ถ้าถ่ายรูปเป็นกลุ่มจะเรียกว่า Group Selfies แต่ในวงการบันเทิงเกาหลีส่วนใหญ่จะเรียกว่า Selca ซึ่งย่อมาจากคำว่า Self Camera

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “ภาพ” ยังถือเป็นธุรกิจที่มีอนาคตเติบโต

แม้ว่าในปัจจุบันการถ่ายภาพจะทำได้ง่าย ใครๆก็สามารถถ่ายภาพได้ แต่ธุรกิจถ่ายภาพก็ยังนับเป็นธุรกิจส่วนตัวที่น่าลงทุน เพราะถึงใครๆจะสามารถถ่ายภาพได้ง่ายๆด้วยกล้องดิจิตอลทั่วไปที่ปัจจุบันราคาถูกลงกว่าเดิมมากหาซื้อได้ง่าย หรือการใช้กล้องโทรศัพท์มือถือถ่ายซึ่งเดี๋ยวนี้มีความละเอียดของภาพสูงขึ้นมาก แต่จะให้หานักถ่ายภาพที่มีฝีมือ สามารถถ่ายภาพออกมาได้อย่างมืออาชีพ รู้หลักทฤษฎีของการถ่ายภาพต่างๆ เช่นเรื่องแสง เงา อารมณ์ของภาพ สไตล์ของภาพ ยังหาได้ยากอยู่ เรียกว่าที่ถ่ายกันทั่วไปจะเป็นมือสมัครเล่น ซึ่งนิยมถ่ายภาพเป็นงานอดิเรกมากกว่า คนที่ยึดเป็นอาชีพหลัก โดยที่สามารถสร้างผลงานถ่ายภาพได้ออกมาอย่างมีคุณภาพนั้นยังเป็นส่วนน้อยอยู่ ฉะนั้นธุรกิจถ่ายภาพ จึงยังเป็นธุรกิจส่วนตัวที่น่าลงทุนตามที่ได้

ส่วนในประเภทของธุรกิจภาพถ่ายมันก็จะแยกออกไปหลากหลายอีก ว่าเป็นการถ่ายภาพแบบไหน อย่างถ้าเป็นเบสิคของธุรกิจถ่ายภาพเลย เห็นได้ทั่วไปก็คือ เปิดเป็นร้านถ่ายรูปติดบัตร ถ่ายรูปสตูดิโอ ถ่ายรูปสมัครงาน รูปรับปริญญา เป็นต้น ลูกค้าก็มีมาเรื่อยๆทุกสมัยแน่นอน เพราะโดยปกติแล้วก็มีคนเตรียมรูปไปสมัครงานๆเรื่อยๆมีคนเรียบจบแล้วถ่ายรูปชุดครุยเพื่อเตรียมรับปริญญาเรื่อยๆ ถ้าใครเปิดธุรกิจร้านถ่ายรูปแบบนี้ แล้วฝีมือไม่ขี้เหร่จริงๆรับรอบว่าไม่อดตายแน่นอน เดือนๆนึงต้องมีลูกค้ามาในปริมาณที่มากพอสมควร ติดอยู่อย่างเดียวคือจะต้องหาทำเลให้เหมาะเท่านั้นเองครับ ไม่ใช่ไปเปิดกลางไรกลางนา ไม่มีบ้านคนเลย อะไรอย่างนั้น ต่อให้มีฝีมือการถ่ายภาพที่ดีแค่ไหนก็ไม่มีลูกค้า ทำเลร้านถ่ายรูปประเภทรูปติดบัตร ควรจะเป็นในตลาด ย่านชุมชน ซึ่งถ้าในกรุงเทพฯก็หาง่ายหน่อย ที่ไหนๆก็เป็นตลาดเป็นย่านชุมชนทั้งนั้น แต่ถ้าหากเป็นต่างจังหวัด ก็ควรเลือกในตัวจังหวัด หรือในตัวอำเภอไว้ก่อน ในตลาด ในชุมชนเล็กๆออกไปไม่ควรเสี่ยงไปเปิด ผมเองเคยสังเกตเห็นหลายๆร้ายไปเปิด ซึ่งก็ไม่ใช่ร้านถ่ายรูปหรอกนะครับ เป็นร้านอาหารตามสั่งบ้าง ร้านขายสินค้าทั่วไปบ้าง ด้วยคิดว่าตามพื้นที่ต่างจังหวัดที่ไม่ใช่ในตัวอำเภอ ตัวจังหวัดน่าจะได้ลูกค้าเยอะ เพราะไม่มีคู่แข่ง ไม่มีร้านเยอะเหมือนในตัวอำเภอ ตัวจังหวัด แต่จริงๆเวลาคนต่างจังหวัดเขาไปทำธุระ ไปเลือกซื้อของเขาจะนิยมเข้าไปในตัวอำเภอ ตัวจังหวัดมากกว่า เพราะไปทีเดียวก็ได้ซื้อของที่ต้องการครบหมด หรือได้ทำธุระที่ต้องทำเสร็จเรียบร้อยหมดทุกอย่าง

ขั้นตอนการถ่ายรูปสมัครงานให้ดูดีและสวยงาม

5

การถ่ายรูปสมัครงาน มาถึงเวลาไปทำหล่อ ทำสวยกันแล้ว ถ้าวันนี้คุณกำลังจะไปสมัครงานก่อนก้าวออกจากบ้าน ตรวจสอบเอกสารสำคัญอันหนึ่งก่อนจะดีกว่าไหมแน่นอนว่ารูปถ่ายเพื่อติดใบสมัครงาน คือ เอกสารสำคัญ ที่มีส่วนสำคัญที่จะช่วยบันดาลให้คุณได้งานหรือไม่ได้งานกันเลย เอาหละเราลองมาเจียระไนเทคนิคกันทีละข้อ ว่าจะทำอย่างไรให้ใบสมัครงานของคุณนั้นน่าสนใจมากขึ้น ด้วยรูปถ่ายที่ดูเนี้ยบ ไม่โบราณ และ ดูสดใสน่ามอง กันดีกว่าตามมาเลยการไปถ่ายรูปสำหรับสมัครงานที่ดีในยุคปัจจุบัน ควรพิจารณาตามนี้ ตำแหน่งงานที่คุณจะไปสมัครนั้น เป็นระดับพนักงาน , เจ้าหน้าที่ , หัวหน้า , ผู้จัดการ หรือ ผู้บริหาร ถ้าคุณไปสมัครงานในระดับเจ้าหน้าที่ขึ้นไป สำหรับผู้ชาย คือ ให้สวมชุดทำงานด้วยเสื้อสีขาวและผูกเนคไทสีพื้น ได้แก่ สีกรมท่า สีน้ำเงิน สีครีม หรือ สีดำ พร้อมสวมชุดสูทสีสุภาพทับเอาไว้ ฉากหลังสีพื้นน้ำเงิน สำหรับผู้หญิง คือ ให้สวมเสื้อที่มีปกและเห็นปกเสื้อจะดีที่สุด อย่าเลือกคอกลมโดยเด็ดขาดเพราะถือว่าไม่เป็นมืออาชีพ ให้ถอดสร้อยจี้ของคุณที่คอออกก่อนถ่ายรูป เลือกชุดสูทผู้หญิงพอดีตัวมาสวมทับ (ถ้าเป็นไปได้ให้ซื้อเป็นของส่วนตัว หรือ ไปตัดเอาไว้เลย เพราะตอนคุณทำงานจริง ๆ การใส่สูททับจะทำให้คุณดูเป็น Working Woman ทันที) อ้อ ต้องฉากหลังสีพื้นน้ำเงินนะครับ

ถ้าคุณไปสมัครงานในระดับพนักงานสำหรับผู้ชาย -ผู้หญิง ให้ยกเว้นการสวมสูทเท่านั้นพอ เหตุผลที่ต้องเลี่ยงการสวมสูทหรือให้สวมสูท เพราะมันมีระดับที่ผมเรียกว่า ‘ความโอเวอร์’ ต่างกันครับ คุณไปสมัครพนักงานเซเว่น ที่ใช้วุฒิ ม.3 ขึ้นไป แต่คุณดันทะลึ่งไปถ่ายรูปใส่ชุดออกมาให้เหมือนผู้บริหารละก็ คุณก็ชวดงานอีกครับ เพราะดูแล้ว นายหรือเธอคนนี้คงทำงานไม่ไหว ดูจากการถ่ายรูปเธอหรือเขาคนนี้ คงจะถนัดงานสั่งการมากกว่าการไปเดินแบกของ จัดชั้นวางของ เพราะงานระดับนั้นต้องการ การปฏิบัติมากกว่านั่งสั่งการ ตรงกันข้ามคุณไปสมัครตำแหน่ง หัวหน้างาน แต่รูปถ่ายออกมามีเพียงแต่เสื้อสีขาว ผูกไท ‘รูปถ่ายของคุณก็จะดูไม่มีบารมีทันที’ มันไม่สะท้อน ‘ความกว้าง’ ของความคิด หรือ ‘กาลเทศะ’ อันควรรู้ ควรทำในสังคม เพราะตำแหน่งงานหัวหน้า สิ่งสำคัญต้น ๆ นอกจากมันสมองที่ชาญฉลาดของคุณแล้ว บุคลิกลักษณะที่ดูมีบารมีเป็นสิ่งที่ตามองไม่เห็น แต่ว่า มันสามารถช่วยให้หัวหน้าแค่ใช้ปากสั่งแล้วคนก็ทำตามได้นะ..อย่าลืม